คู่มือสร้างความมั่งคั่งในสวิตเซอร์แลนด์ · บทที่ 16 จาก 18

สร้างพอร์ตส่วนตัวครั้งแรก

ถึงตอนนี้คุณรู้แล้วว่ามีอะไรอยู่ เงินก้อนไหนใช้เมื่อไร และเครื่องมือแต่ละแบบทำงานอย่างไร บทนี้คือการลงมือ เขียนสัดส่วนของตัวเอง ตั้ง Sparplan และจดว่าทำไมถึงเลือกแบบนั้น

อ่านประมาณ 9 นาที · ตรวจสอบล่าสุด

สารบัญบทนี้

ต่อจากบทที่ 15

บทที่ 1 ถึง 4 คือการตรวจของที่มี บทที่ 5 ถึง 7 คือการวางฐาน บทที่ 8 ถึง 15 คือเครื่องมือและกฎ

บทนี้เอาทั้งหมดมาประกอบเป็นแผนเดียวที่ทำได้จริง ตั้งแต่การกำหนดสัดส่วนไปจนถึงคำสั่งซื้อครั้งแรก

คุณไม่จำเป็นต้องหาเครื่องมือเพิ่มก่อนเสมอไป สิ่งที่ต้องทำตอนนี้คือกำหนดว่าเงินก้อนนี้มีหน้าที่อะไร และคุณจะดูแลมันอย่างไร

ก่อนกดซื้อครั้งแรก

ทวนสี่ข้อนี้ก่อน

  1. เงินสำรองพร้อมแล้ว และจัดการหนี้ดอกเบี้ยสูงตามแผนแล้ว โดยไม่ต้องพึ่งการขายสินทรัพย์ลงทุนเพื่อจ่ายค่าใช้จ่ายจำเป็น (บทที่ 5)
  2. ระยะเวลาของเงินตรงกับสินทรัพย์ที่จะซื้อ โดยเฉพาะส่วนที่จะลงทุนในหุ้นหรือสินทรัพย์ผันผวน ต้องไม่เป็นเงินที่จำเป็นต้องใช้ในระยะสั้น (บทที่ 6)
  3. คุณเห็นสถานการณ์ขาดทุนเป็นจำนวนฟรังก์แล้ว และประเมินว่าหากเกิดขึ้นจะยังกระทบค่าใช้จ่ายจำเป็นมากเพียงใด (บทที่ 7)
  4. คุณพิจารณากรอบที่มีสิทธิประโยชน์ทางภาษีแล้ว เช่น Säule 3a (หลักที่ 3 แบบผูกพัน) โดยดูสิทธิฝาก ภาษี ค่าใช้จ่าย และข้อจำกัดการถอน (บทที่ 14)

เลือกสัดส่วนของตัวเอง

กำหนดก่อนว่า “พอร์ตนี้” รวมเงินก้อนไหนบ้าง

ก่อนเขียนเปอร์เซ็นต์ ให้ระบุขอบเขตของแผน เช่น พอร์ตลงทุนอิสระ การลงทุนใน 3a หรือภาพรวมของทั้งสองส่วน

ถ้ารวมหลายบัญชี ให้ดูสินทรัพย์ข้างในด้วย การถือกองหุ้นใน 3a และกองหุ้นในบัญชีหลักทรัพย์อาจเป็นความเสี่ยงประเภทเดียวกัน แม้จะอยู่คนละบัญชี

สัดส่วนหมายถึงเงินกี่เปอร์เซ็นต์อยู่ในหุ้น พันธบัตร เงินสด และสินทรัพย์อื่น ตามบทบาทที่อธิบายใน บทที่ 8

  • ระยะเวลาที่จะใช้เงิน: ต้องเริ่มใช้เมื่อไร และจำเป็นต้องใช้ทั้งหมดพร้อมกันหรือไม่
  • ความเสียหายที่รับได้: หากพอร์ตลดลง คุณยังจ่ายค่าใช้จ่ายจำเป็นได้หรือไม่ และจะถูกบังคับให้ขายหรือเปล่า
  • รายได้และภาระ: รายได้มั่นคงแค่ไหน มีคนที่ต้องดูแล หรือมีค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่รออยู่หรือไม่
  • ฐานเกษียณที่มีอยู่: สิทธิรับบำนาญ AHV (ประกันชราภาพและผู้รอดชีวิต) และเงินสะสมใน Pensionskasse (กองทุนบำนาญอาชีพ) มีผลต่อเงินที่คุณต้องเตรียมเพิ่มเอง (บทที่ 4)

AHV เป็นสิทธิรับบำนาญตามเงื่อนไข ไม่ใช่ยอดเงินลงทุนส่วนบุคคล ส่วนเงินใน Pensionskasse มีข้อจำกัดการถอน จึงไม่ควรนับสองส่วนนี้เสมือนเงินสดที่พร้อมนำมาใช้หรือปรับสัดส่วนในพอร์ตได้ทันที [1]

ถ้าเป้าหมายคือใช้เงินในประเทศไทย ให้ระบุว่าสกุลเงินที่จะใช้จ่ายคือ THB เพราะผลตอบแทนใน CHF กับกำลังซื้อเมื่อแลกไปใช้ในไทยอาจเปลี่ยนต่างกันได้ (บทที่ 10)

ลงเงินก้อนเดียวหรือทยอยลง

ถ้ามีเงินก้อนพร้อมลงทุนอยู่แล้ว มีสองทางที่ใช้กันทั่วไป

ลงทีเดียว

เงินเข้าสู่สัดส่วนลงทุนที่เลือกทันที จึงมีเวลาอยู่ในตลาดมากกว่า แต่หากตลาดตกหลังซื้อ เงินทั้งส่วนที่ลงทุนจะได้รับผลกระทบ

ทยอยลงเป็นงวด

กระจายวันเข้าซื้อ โดยเงินบางส่วนยังรอลงทุนอยู่ อาจช่วยให้ทำตามแผนได้ง่ายขึ้น แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะขาดทุนน้อยกว่าหรือได้ผลตอบแทนสูงกว่า

การทยอยลงอาจลดความเสียหายหากตลาดตกในช่วงที่ยังลงทุนไม่ครบ และอาจช่วยคนที่กลัวขาดทุนมากให้เริ่มทำตามแผนได้ เมื่อทยอยลงครบแล้ว พอร์ตยังมีความเสี่ยงตามสินทรัพย์ที่ถือ

ถ้าเลือกทยอยลง ให้กำหนดจำนวนงวดและวันที่ไว้ล่วงหน้า เพื่อไม่ให้แผนกลายเป็นการรอดูข่าวไปเรื่อย ๆ

สำหรับเงินที่เหลือจากเงินเดือนแต่ละเดือน คุณไม่ได้มีเงินทั้งปีพร้อมตั้งแต่วันแรก จึงเป็นคนละสถานการณ์กับการมีเงินก้อนอยู่แล้ว คำถามหลักคือจะลงทุนเมื่อเงินพร้อม หรือรอรวมยอดตามต้นทุนของแผนซื้อที่ใช้

Sparplan และเรื่องปฏิบัติในสวิส

Sparplan ช่วยให้ซื้อกองหรือหลักทรัพย์ตามจำนวนและรอบที่ตั้งไว้ ผู้ให้บริการแต่ละแห่งมีเงื่อนไขต่างกัน จึงต้องตรวจแผนที่ใช้จริง

1. แยกการโอนเงินออกจากการซื้อ

Dauerauftrag (คำสั่งโอนเงินอัตโนมัติตามรอบ) ทำให้เงินเข้าบัญชีปลายทาง แต่ไม่ได้แปลว่าเงินนั้นถูกนำไปลงทุนทันทีเสมอไป

ตรวจว่าต้องตั้งคำสั่งซื้ออีกขั้นหรือไม่ ผู้ให้บริการซื้อวันไหน และถ้าเงินเข้าไม่ทันรอบจะเกิดอะไรขึ้น

2. ดูค่าธรรมเนียมของคำสั่งจริง

Courtage (ค่านายหน้าซื้อขาย) อาจคิดเป็นจำนวนคงที่ เป็นเปอร์เซ็นต์ หรือมีขั้นต่ำต่อคำสั่ง ส่วน Sparplan บางแบบมีอัตราต่างจากการซื้อปกติ

หากมีขั้นต่ำ การซื้อรายเดือนด้วยยอดเล็กอาจแพงกว่าการรวมซื้อเป็นรายไตรมาส แต่การรอรวมเงินก็ทำให้เงินเข้าตลาดช้าลง ให้ใช้เครื่องคำนวณใน บทที่ 11 เทียบต้นทุนตามเงื่อนไขที่คุณจะใช้จริง

3. ตรวจค่าแลกเงิน

หากคำสั่งซื้อต้องแปลง CHF เป็นสกุลเงินที่ใช้ซื้อ อาจมีค่าแลกเงินหรือส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยนตามเงื่อนไขผู้ให้บริการ หากมีเงินสกุลนั้นอยู่แล้ว อาจไม่มีการแลกเงินในคำสั่งซื้อนั้น ให้ตรวจบัญชีที่ถูกหักเงินจริงและการแปลงเงินอัตโนมัติ (บทที่ 11)

4. สำหรับ 3a ให้ตั้งยอดตามแผนและสิทธิของคุณ

การฝาก 3a ให้เต็มเพดานไม่ใช่ข้อบังคับสำหรับทุกคน กำหนดยอดที่เหมาะกับคุณและไม่เกินสิทธิของปีนั้น หากเป็นสัญญาประกัน ให้ตรวจภาระการจ่ายตามสัญญาด้วย

หากต้องการใช้เงินฝากลดหย่อนภาษีปีปัจจุบัน เงินต้องเข้าบัญชี 3a ภายในสิ้นปี ไม่ใช่เพียงสั่งโอนก่อนสิ้นปี จึงควรตรวจวันรับเงินสุดท้ายของผู้ให้บริการและเผื่อเวลาประมวลผล [4]

การฝากย้อนหลังมีเงื่อนไขแยกตาม บทที่ 14 ไม่ควรถือว่าเป็นทางเลือกที่ใช้ได้อัตโนมัติทุกกรณี

5. ตรวจสิ่งที่ระบบซื้อให้

ดูว่าคำสั่งอัตโนมัติซื้อกองอะไร สัดส่วนตรงกับแผนหรือไม่ และเงินที่เหลือจากการซื้อถูกเก็บไว้ที่ไหน หลังเริ่มใช้ ให้ตรวจว่าการโอนและการซื้อทำงานจริงตามที่ตั้งไว้

จดบันทึกการตัดสินใจและเก็บเอกสาร

เขียนเป็นเอกสารเดียว ยาวหนึ่งหน้าก็พอ และลงวันที่ทุกครั้งที่แก้

  1. เป้าหมายของเงินก้อนนี้ ปีที่ตั้งใจเริ่มใช้ และบัญชีที่แผนนี้ครอบคลุม
  2. สัดส่วนเป้าหมาย และเหตุผลสั้น ๆ ของแต่ละส่วน
  3. กองหรือหลักทรัพย์ที่เลือก และเหตุผล เช่น ค่าใช้จ่าย ดัชนีอ้างอิง และ Fondsdomizil (ประเทศที่กองจดทะเบียน) ตาม บทที่ 9
  4. จำนวนและความถี่ที่จะฝากหรือลงทุน
  5. สถานการณ์ขาดทุนที่ใช้ทดสอบแผน ทั้งเปอร์เซ็นต์และจำนวนฟรังก์ (บทที่ 7)
  6. เหตุการณ์ที่ทำให้ต้องทบทวนแผน
  7. วันที่จะทบทวนครั้งถัดไป

เหตุการณ์ที่ทำให้ต้องทบทวนอาจเป็นเป้าหมายเปลี่ยน รายได้ลดลง ภาระครอบครัวเพิ่มขึ้น ต้องใช้เงินเร็วกว่าคาด หรือเงื่อนไขของกองเปลี่ยน

การทบทวนไม่ได้แปลว่าต้องซื้อหรือขายทุกครั้ง แต่คือกลับมาตรวจว่าสิ่งที่เลือกยังตอบเป้าหมายเดิมหรือไม่

เอกสารที่ควรเก็บตั้งแต่วันแรก

เอกสารสำหรับบัญชีและภาษี

  • ใบยืนยันการซื้อและขาย
  • สเตทเมนต์สิ้นปี
  • Steuerauszug (ใบสรุปหลักทรัพย์สำหรับยื่นภาษี) หากผู้ให้บริการออกให้
  • รายการเงินปันผล ดอกเบี้ย และหลักฐานภาษีที่ถูกหัก
  • ใบรับรองเงินฝาก 3a หากฝากในปีนั้น

รายละเอียดการแจ้งรายได้ มูลค่าทรัพย์สิน และภาษีหัก ณ ที่จ่ายอยู่ใน บทที่ 12 และ บทที่ 13

เอกสารประกอบการตัดสินใจ

  • Factsheet (เอกสารสรุปข้อมูลกองทุน) ฉบับที่ใช้ตอนเลือกลงทุน
  • ตารางค่าธรรมเนียมและเงื่อนไข Sparplan ที่ใช้ตัดสินใจ
  • บันทึกแผนฉบับล่าสุด พร้อมฉบับเก่าเมื่อมีการแก้ไข

เอกสารกลุ่มหลังช่วยให้เทียบได้ว่าเงื่อนไขหรือแนวทางของกองเปลี่ยนจากตอนที่เลือกอย่างไร ไม่ได้หมายความว่าต้องแนบทุกฉบับในการยื่นภาษี

7 ขั้นทำจริง

  1. เขียนเป้าหมายและปีที่จะใช้เงิน พร้อมระบุว่าแผนนี้ครอบคลุมบัญชีใด
  2. เขียนสัดส่วนเป้าหมายเป็นตัวเลข ให้รวมเท่ากับ 100% และแยกเงินสำรองฉุกเฉินออก
  3. เลือกที่ลงทุนโดยคำนวณต้นทุนของแผนซื้อจริง ทั้งความถี่ ยอดซื้อ และการแลกเงิน (บทที่ 11)
  4. เลือกกองตามรายการตรวจใน บทที่ 9 และดูว่าหลายกองถือสินทรัพย์ซ้ำกันมากเพียงใด (บทที่ 10)
  5. ตั้งจำนวนและความถี่ แล้วตั้ง Sparplan หรือ Dauerauftrag ตามขั้นตอนของผู้ให้บริการ
  6. เขียนบันทึกการตัดสินใจและลงวันที่ รวมถึงสถานการณ์ขาดทุนที่ใช้ทดสอบแผน
  7. กำหนดวันทบทวนประจำปี ตรวจว่าคำสั่งทำงานตามแผน และทบทวนก่อนกำหนดเมื่อชีวิตหรือเงื่อนไขสำคัญเปลี่ยน โดยไม่จำเป็นต้องติดตามราคาทุกวัน (บทที่ 17)

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย

“ต้องรอให้ตลาดลงก่อนค่อยเริ่ม”

คุณไม่สามารถรู้ล่วงหน้าแน่นอนว่าจังหวะใดดีที่สุด สิ่งที่กำหนดได้คือจำนวนเงิน สัดส่วน ระยะเวลา และวิธีเข้าลงทุน

ไม่จริง
“เริ่มด้วยเงินน้อยไม่มีประโยชน์”

เงินน้อยสามารถเป็นจุดเริ่มต้นของแผนได้ แต่ต้องตรวจว่าค่าธรรมเนียมกินสัดส่วนของคำสั่งมากเกินไปหรือไม่

มีเงื่อนไข
“ตั้ง Sparplan แล้วไม่ต้องดูอะไรอีกเลย”

ยังต้องตรวจว่าการโอนและซื้อสำเร็จ รวมถึงทบทวนว่ากองและสัดส่วนยังตรงกับแผน

ไม่ครบ
“สัดส่วนต้องตามสูตรอายุจากอินเทอร์เน็ต”

อายุเป็นเพียงข้อมูลส่วนหนึ่ง สูตรนั้นไม่ได้รู้กำหนดใช้เงิน รายได้ ภาระ หรือฐานเกษียณของคุณ

ไม่จริง
“ทยอยลงแล้วปลอดภัย”

การทยอยลงกระจายวันเข้าซื้อ แต่ไม่ได้ทำให้สินทรัพย์ที่เสี่ยงกลายเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย

ไม่จริง
“ตัวเลขขาดทุนที่เขียนไว้คือขาดทุนสูงสุด”

ตัวเลขนั้นเป็นสถานการณ์ที่ใช้ทดสอบแผน ตลาดอาจทำให้พอร์ตขาดทุนมากกว่านั้นได้

ไม่จริง
“เอกสารค่อยเก็บตอนยื่นภาษี”

การเก็บตั้งแต่แรกช่วยลดงานค้นย้อนหลัง และช่วยให้ตรวจรายการกับแผนที่เขียนไว้ได้ง่ายกว่า

ไม่ครบ

เขียนแผนของคุณ

กรอกแผนของคุณ แล้วคัดลอกไปเก็บในโน้ตหรือเอกสาร ข้อมูลบันทึกในเบราว์เซอร์นี้เมื่อใช้งานได้ ไม่ได้ส่งไปยังเว็บไซต์

เป้าหมายและขอบเขต
สัดส่วนเป้าหมาย
  • หุ้น: —
  • พันธบัตร: —
  • เงินสด: —
  • อื่น ๆ: —

แถบแสดงสัดส่วนเทียบกับยอดรวมที่กรอก รายการใต้แถบแสดงเปอร์เซ็นต์ที่คุณกรอก และสัดส่วนในแถบเมื่อยอดรวมยังไม่ใช่ 100% สีสื่อบทบาทและความแกว่งตามบทที่ 8 ไม่ได้สื่อว่าดีหรือแย่

กรอกสัดส่วนให้รวมเป็น 100%

กองหรือหลักทรัพย์ที่เลือก
แผนลงทุนความถี่
รวมต่อปีCHF —

หากมีค่าธรรมเนียมต่อคำสั่ง การซื้อถี่ขึ้นอาจเพิ่มค่านายหน้าต่อปี ให้เทียบต้นทุนด้วยเครื่องคำนวณใน บทที่ 11 ก่อนตัดสินใจความถี่ ยอดรวมนี้ไม่รวมเงินก้อนเริ่มต้น ค่าธรรมเนียม และผลตอบแทน

ทดสอบความเสี่ยง
จำนวนที่ลดลงในสถานการณ์นี้CHF —
การทบทวน

ข้อมูลอยู่ในเบราว์เซอร์นี้ ควรคัดลอกเก็บไว้อีกที่ โดยเฉพาะเมื่อใช้โหมดส่วนตัว