← การลงทุนและสร้างความมั่งคั่ง / คู่มือสร้างความมั่งคั่งในสวิตเซอร์แลนด์
บทที่ 7 จาก 18

ความเสี่ยงที่รับได้จริง

คำถาม "รับความเสี่ยงได้แค่ไหน" ตอบยากเพราะมันเป็นนามธรรม บทนี้เปลี่ยนความเสี่ยงให้เป็นจำนวนฟรังก์ที่มูลค่าพอร์ตอาจลดลง และชวนคุณเขียนแผนล่วงหน้าไว้ก่อนวันที่ตลาดตก

อ่าน 9 นาที · ตรวจสอบล่าสุด 18 ก.ย. 2026
สรุปก่อนอ่าน
  • ความเสี่ยงมีสองด้าน คือความสามารถรับความเสี่ยง (Risikofähigkeit — ริซิโคเฟฮิกไคท์) และความเต็มใจรับความเสี่ยง (Risikobereitschaft — ริซิโคเบอไรท์ชาฟท์)
  • SPI Total Return ติดลบราว 34% ในปี 2008 และราว 17% ในปี 2022
  • ขาดทุน 30% ต้องได้กำไรกลับมาราว 43% จึงจะเท่าทุน
  • มูลค่าที่ลดลงคือผลขาดทุน ณ เวลานั้น การขายทำให้ผลขาดทุนเกิดขึ้นจริง แต่การถือต่อก็ไม่รับประกันว่าจะฟื้น
  • แผนที่เขียนไว้ก่อนตลาดตก ใช้ได้ดีกว่าการตัดสินใจในวันที่ตลาดตก
เรื่องที่ควรทำเลย: คำนวณว่าถ้าพอร์ตของคุณติดลบ 30% นั่นคือเงินกี่ฟรังก์ แล้วถามตัวเองว่าจะทำอะไรในเดือนนั้น
สารบัญ · 9 หัวข้อ
  1. ต่อจากบทที่ 6
  2. ความเสี่ยงสองด้านที่คนมักปนกัน
  3. ความผันผวนหน้าตาเป็นอย่างไร
  4. คณิตศาสตร์ของการฟื้นตัว
  5. แปลงความเสี่ยงเป็นฟรังก์
  6. สิ่งที่คนมักทำตอนตลาดตก
  7. เขียนแผนไว้ก่อนวันที่ตลาดตก
  8. สำหรับคนไทยในสวิสโดยเฉพาะ
  9. ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย

ต่อจากบทที่ 6

บทที่ 6 แยกเงินเป็นถังตามเวลาที่จะใช้แล้ว ซึ่งเป็นการจำกัดความเสี่ยงด้วยข้อเท็จจริง ไม่ใช่ด้วยความรู้สึก

บทนี้เพิ่มอีกชั้น คือความเสี่ยงของเงินในถังที่ยาวพอจะลงทุนได้ เพราะแม้ระยะเวลาจะยาว คนก็ยังขายทิ้งกลางทางได้ ถ้าไม่เคยเห็นตัวเลขขาดทุนมาก่อน

ความเสี่ยงสองด้านที่คนมักปนกัน

Risikofähigkeit

ความสามารถรับความเสี่ยง — ดูจากข้อเท็จจริงทางการเงิน
  • เงินก้อนนี้จะใช้เมื่อไร และเลื่อนได้หรือไม่
  • มีเงินสำรองแยกไว้แล้วหรือยัง
  • รายได้สม่ำเสมอแค่ไหน
  • มีหนี้ที่ต้องผ่อนทุกเดือนหรือไม่
  • มีคนที่พึ่งพารายได้ของคุณหรือไม่

Risikobereitschaft

ความเต็มใจรับความเสี่ยง — ดูว่าคุณทำตามแผนต่อได้หรือไม่เมื่อพอร์ตลดลง
  • คุณนอนหลับได้ไหมเมื่อพอร์ตติดลบ
  • เคยทำอะไรตอนที่พอร์ตติดลบจริง
ความเห็นของฉัน

แผนลงทุนต้องผ่านทั้งสองด้าน คือฐานะการเงินรับไหวและคุณสามารถทำตามแผนต่อได้ หากสองด้านไม่ตรงกัน ควรลดความเสี่ยงจนไม่กระทบเป้าหมายและไม่ทำให้คุณขายเพราะความกลัว

ความผันผวนหน้าตาเป็นอย่างไร

ตัวอย่างนี้ใช้ SPI Total Return (เอสพีไอ โททัลรีเทิร์น — ดัชนีตลาดหุ้นสวิสแบบรวมเงินปันผล) และเปรียบเทียบผลตอบแทนตลอดปีด้วยวิธีเดียวกัน

2008
2022
ความยาวของแถบเทียบกับสเกล −50%
วัดให้เหมือนกัน

ปี 2020 ตลาดลดลงแรงระหว่างปี แต่ฟื้นกลับมาก่อนสิ้นปี จึงไม่ควรนำตัวเลขจากจุดสูงสุดถึงจุดต่ำสุดมาเทียบกับผลตอบแทนตลอดปี

สิ่งที่ตัวเลขเหล่านี้บอก
  • ปีที่ติดลบเกิดขึ้นเป็นระยะ ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ
  • ระยะเวลาฟื้นตัวต่างกันทุกครั้ง และบางสินทรัพย์อาจไม่กลับมาเท่าทุน
  • ไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่าครั้งต่อไปจะลึกแค่ไหนและนานแค่ไหน

คณิตศาสตร์ของการฟื้นตัว

ขาดทุนกับกำไรที่ต้องได้กลับมาไม่ใช่ตัวเลขเดียวกัน เพราะฐานที่คำนวณเล็กลงแล้ว

ติดลบ 10%ต้องได้กลับ+11%
ติดลบ 20%ต้องได้กลับ+25%
ติดลบ 30%ต้องได้กลับ+43%
ติดลบ 40%ต้องได้กลับ+67%
ติดลบ 50%ต้องได้กลับ+100%
ความเห็นของฉัน

ตัวเลขชุดนี้ไม่ได้มีไว้ให้กลัวการลงทุน แต่เตือนว่าอย่าเพิ่มความเสี่ยงเกินความจำเป็นเพียงเพราะอยากได้ผลตอบแทนเร็ว หากขายแล้วราคาฟื้นก่อนกลับเข้าลงทุน คุณจะพลาดการฟื้นตัวช่วงนั้น แต่การถือต่อก็ไม่ได้รับประกันว่าราคาจะกลับมาเท่าทุน

แปลงความเสี่ยงเป็นฟรังก์

กรอกมูลค่าพอร์ต ระบบจะแสดงว่าการลดลงแต่ละระดับคิดเป็นเงินเท่าไร

−10%
CHF —
−20%
CHF —
−30%
CHF —
−40%
CHF —
−50%
CHF —
ตัวเลขนี้แสดงมูลค่าที่พอร์ตอาจลดลง ไม่ใช่การคาดการณ์ว่าตลาดจะลดลงเท่าใด

สิ่งที่คนมักทำตอนตลาดตก

1
ขายทั้งพอร์ตเพราะต้องการ “หยุดเลือด” แล้วรอจนรู้สึกปลอดภัย ซึ่งอาจเกิดหลังราคาฟื้นไปแล้ว
2
หยุดฝากเงินเพราะตกใจกับตลาด ทั้งที่รายได้ เงินสำรอง และเป้าหมายยังไม่เปลี่ยน
3
เปลี่ยน 3a เป็นเงินสดเพราะกลัวตลาด โดยไม่ได้ตรวจว่าระยะเวลาที่จะใช้เงินหรือความสามารถรับความเสี่ยงเปลี่ยนไปจริงหรือไม่
4
เปลี่ยนแผนบ่อยตามข่าว จนไม่มีกลยุทธ์ใดได้ทำงานตามระยะเวลาที่ตั้งไว้
5
พยายาม “เอาคืนให้เร็ว” ด้วยสินทรัพย์ที่เสี่ยงกว่าเดิม
ก่อนเปลี่ยนกลยุทธ์

ตรวจว่ารายได้ เงินสำรอง เป้าหมาย หรือวันใช้เงินเปลี่ยนไปจริงหรือไม่ หากเปลี่ยนเพราะสถานการณ์ชีวิต การลดความเสี่ยงอาจสมเหตุสมผล ส่วนเงื่อนไขและค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการ

กฎหมายเขียนว่า

FIDLEG แยกการตรวจออกเป็นสองระดับ

  • การแนะนำเฉพาะธุรกรรม: ตรวจความรู้และประสบการณ์ของลูกค้า เรียกว่า Angemessenheitsprüfung (อันเกอเมสเซินไฮทส์พรืฟุง — การตรวจความเหมาะสมด้านความรู้และประสบการณ์)
  • การให้คำแนะนำโดยดูทั้งพอร์ตหรือการบริหารทรัพย์สิน: ตรวจเพิ่มทั้งฐานะการเงินและเป้าหมายการลงทุน เรียกว่า Eignungsprüfung (ไอนุงส์พรืฟุง — การตรวจความเหมาะสมกับฐานะและเป้าหมาย)

หากผู้ให้บริการเพียงดำเนินคำสั่งซื้อขายตามที่ลูกค้าสั่ง โดยไม่ได้ให้คำแนะนำ อาจไม่ต้องตรวจสองส่วนนี้ แต่ต้องแจ้งลูกค้าว่าไม่ได้ทำการตรวจดังกล่าว

ความเห็นของฉัน

แบบสอบถามความเสี่ยงเป็นจุดเริ่มต้น แต่ไม่รับประกันว่าพอร์ตเหมาะกับคุณ หากยังไม่เคยผ่านช่วงตลาดตกจริง ให้ถือว่าความเต็มใจรับความเสี่ยงของคุณยังไม่ได้ทดสอบ

เขียนแผนไว้ก่อนวันที่ตลาดตก

เขียนสั้น ๆ ในโน้ตในโทรศัพท์ก็พอ และลงวันที่กำกับ

เงินก้อนนี้ตั้งใจไว้ใช้ปีไหน
สัดส่วนที่ฉันเลือกไว้คืออะไร และเพราะอะไร
ตัวเลขขาดทุนที่ฉันเตรียมใจไว้คือกี่เปอร์เซ็นต์ และคิดเป็นกี่ฟรังก์
ถ้าติดลบถึงตัวเลขนั้น ฉันจะทำอะไร (ปกติคือ ไม่ทำอะไร และฝากเงินตามแผนต่อ)
เงื่อนไขที่ทำให้ฉันเปลี่ยนแผนได้จริง เช่น เป้าหมายเปลี่ยน ตกงาน หรือย้ายกลับไทย ไม่ใช่เพราะข่าวหรือราคาตลาด
ฉันจะเปิดดูพอร์ตบ่อยแค่ไหน
ความเห็นของฉัน

ข้อ 5 คือหัวใจของแผน เพราะมันแยกเหตุผลที่สมเหตุสมผล (ชีวิตเปลี่ยน) ออกจากเหตุผลที่มาจากอารมณ์ (ตลาดตก) ล่วงหน้า ตอนตลาดตกจริง สองอย่างนี้จะดูเหมือนกันมาก

เขียนแผนของคุณที่นี่

ข้อมูลยังไม่บันทึกอัตโนมัติในเวอร์ชันนี้ คัดลอกไปเก็บในโน้ตของตัวเองได้

สำหรับคนไทยในสวิสโดยเฉพาะ

  • หากอาจกลับไทยในไม่กี่ปี ให้แยกดูทั้งความผันผวนของสินทรัพย์ระหว่างลงทุนและอัตราแลกเปลี่ยน CHF/THB เมื่อนำเงินไปใช้เป็นบาท
  • หากรายได้ขึ้นลงหรือหยุดได้ง่าย ควรรวมความไม่แน่นอนนี้ในการประเมินความสามารถรับความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นงานรายชั่วโมง งานตามฤดูกาล หรือสัญญาประจำ
  • หากต้องส่งเงินกลับไทยเป็นประจำ ให้นับเป็นรายจ่ายประจำก่อนคำนวณว่าเหลือเงินลงทุนเท่าไร
  • หากสิทธิพำนักหรือสิทธิทำงานขึ้นอยู่กับการจ้างงาน ให้รวมความไม่แน่นอนนี้ในการประเมินความสามารถรับความเสี่ยงด้วย

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย

ไม่จริง
“ทำแบบสอบถามความเสี่ยงแล้ว พอร์ตก็เหมาะกับฉันแน่นอน”
แบบสอบถามเป็นเพียงข้อมูลประกอบ ไม่ใช่การรับประกันความเหมาะสม
ไม่ครบ
“ยังไม่ขาย ก็ยังไม่ขาดทุน”
มูลค่าพอร์ตลดลงแล้ว ณ เวลานั้น การขายทำให้ผลขาดทุนเกิดขึ้นจริง แต่การถือต่อก็ไม่รับประกันว่าจะฟื้น
ไม่จริง
“ขาดทุน 30% ต้องได้กำไร 30% ก็เท่าทุน”
ต้องได้กลับมาประมาณ 43% เพราะคำนวณจากฐานที่เล็กลง
ต้องดูเหตุผล
“ห้ามเปลี่ยน 3a เป็นเงินสดตอนตลาดตก”
หากชีวิตหรือวันใช้เงินเปลี่ยน การลดความเสี่ยงอาจเหมาะสม แต่ไม่ควรเปลี่ยนเพียงเพราะตกใจกับตลาด
มีเงื่อนไข
“ถ้ารับความเสี่ยงได้สูง ควรลงหุ้นให้มากที่สุด”
เงินที่มีวันใช้แน่นอนยังต้องจัดตามระยะเวลาที่เหลือ

ถ้าทำได้เรื่องเดียว

แปลงตัวเลข "ติดลบ 30%" ให้เป็นจำนวนฟรังก์ของพอร์ตคุณ แล้วเขียนไว้ว่าจะทำอะไรในเดือนนั้น

ความเสี่ยงที่อ่านเป็นเปอร์เซ็นต์กับความเสี่ยงที่อ่านเป็นฟรังก์ ให้ความรู้สึกไม่เหมือนกันเลยค่ะ

บทถัดไป · บทที่ 8หน้าที่ของสินทรัพย์แต่ละประเภทหุ้น พันธบัตร เงินสด อสังหาริมทรัพย์ และทองคำ ทำหน้าที่อะไรในพอร์ต →
ข้อควรระวัง

เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะสัญญา โปรดตรวจ Police, AVB, หนังสือแจ้งจากบริษัท และเส้นตายของตนก่อนดำเนินการ

แหล่งข้อมูล

ตรวจสอบกับหน่วยงานทางการ

เปิดต้นฉบับหรือเลือกแปลเป็นไทยเพื่อช่วยอ่าน

SIX Swiss Exchange — SPISIXตรวจล่าสุด 2026-09-19
Fedlex — FIDLEG SR 950.1Fedlexตรวจล่าสุด 2026-09-19
Fedlex — BVV 3 SR 831.461.3Fedlexตรวจล่าสุด 2026-09-19
SNB — DatenportalSchweizerische Nationalbankตรวจล่าสุด 2026-09-19

คำแปลเป็นระบบอัตโนมัติเพื่อช่วยทำความเข้าใจ ไม่ใช่คำแปลทางกฎหมาย