คู่มือสร้างความมั่งคั่งในสวิตเซอร์แลนด์ · บทที่ 17 จาก 18
ดูแลพอร์ต
พอร์ตที่ตั้งไว้แล้วไม่ได้อยู่นิ่ง เพราะสัดส่วนจะเคลื่อนไปเองตามราคาตลาด บทนี้ว่าด้วยการทบทวนปีละครั้ง การปรับสัดส่วนกลับ และเหตุผลที่ควรใช้เงินลงทุนใหม่ปรับแทนการขาย เมื่อวิธีนี้เหมาะกับสถานการณ์ของคุณ
สารบัญบทนี้
ต่อจากบทที่ 16
บทที่ 16 คือการตั้งพอร์ตและเขียนแผน บทนี้คือสิ่งที่ทำหลังจากนั้น ซึ่งควรน้อยกว่าที่คนคิด
ทำไมสัดส่วนถึงเคลื่อน
ถ้าคุณตั้งไว้ว่าหุ้น 60% และพันธบัตร 40% แล้วหุ้นให้ผลตอบแทนสูงกว่าพันธบัตร สัดส่วนหุ้นจะเพิ่มขึ้นเกิน 60% เมื่อไม่มีการเติมหรือถอนเงิน และยังไม่ได้ปรับสัดส่วน
ผลคือระดับความเสี่ยงของพอร์ตจะต่างจากที่คุณเคยตั้งใจ ในทางกลับกัน หากหุ้นให้ผลตอบแทนต่ำกว่าพันธบัตร สัดส่วนหุ้นจะลดลงต่ำกว่าเป้าเมื่อไม่มีการเติมหรือถอนเงิน การดูว่าหุ้นขึ้นหรือลงเพียงอย่างเดียวจึงยังบอกไม่ได้ว่าสัดส่วนหุ้นจะเปลี่ยนไปทางใด
ตัวอย่าง 60/40 นี้มีไว้เพื่ออธิบายกลไกของสัดส่วน ไม่ใช่สัดส่วนการลงทุนที่แนะนำ
สามวิธีปรับสัดส่วน
ปรับด้วยเงินลงทุนใหม่
เอาเงินงวดถัดไปไปซื้อส่วนที่ต่ำกว่าเป้า เป็นวิธีที่มักช่วยลดต้นทุนได้ เพราะไม่ต้องขายสินทรัพย์เดิมและไม่ต้องทำให้เกิดธุรกรรมฝั่งขาย
อย่างไรก็ตาม วิธีนี้ไม่ได้ถูกที่สุดในทุกกรณี ต้องดูค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ จำนวนเงินที่ลงทุนได้ สกุลเงิน และข้อจำกัดของผลิตภัณฑ์ด้วย
ปรับตามรอบเวลา
ทบทวนปีละครั้งในวันที่กำหนดไว้ แล้วปรับถ้าจำเป็น ข้อดีคือคาดเดาได้และไม่ต้องเฝ้าตลาดทุกวัน
ปรับเมื่อเบี่ยงเบนเกินกรอบ
กำหนดกรอบไว้ล่วงหน้า เช่น เมื่อสินทรัพย์ใดเบี่ยงจากเป้าหมายเกินระดับที่คุณเขียนไว้ จึงค่อยพิจารณาปรับ
ต้นทุนและกฎที่ต้องนับก่อนปรับ
- Courtage (ค่านายหน้า) และ Spread (ส่วนต่างราคาซื้อ–ขาย) อาจเกิดขึ้นทุกครั้งที่ซื้อหรือขาย ขึ้นกับช่องทางและผลิตภัณฑ์
- Stempelabgabe อาจเกิดได้ทั้งขาซื้อและขาขายในพอร์ตส่วนตัว หากธุรกรรมอยู่ในขอบเขตที่ต้องเสียภาษีและไม่เข้าข้อยกเว้น
- ค่าแลกเงินอาจเกิดขึ้น ถ้าซื้อขายในสกุลอื่น
- กำไรจากการขายหลักทรัพย์ของบุคคลธรรมดาที่เป็นการบริหารทรัพย์สินส่วนตัว โดยหลักไม่ถือเป็นรายได้ที่ต้องเสียภาษี แต่การแยกระหว่างการบริหารทรัพย์สินส่วนตัวกับการค้าหลักทรัพย์มืออาชีพต้องดูพฤติการณ์ทั้งหมด ไม่ใช่ดูจำนวนครั้งซื้อขายเพียงอย่างเดียว
การซื้อขายถี่กับภาษีรายได้
การปรับพอร์ตบ่อยและการถือสินทรัพย์ระยะสั้นอาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่เจ้าหน้าที่นำไปพิจารณาว่ากิจกรรมของคุณยังเป็นการบริหารทรัพย์สินส่วนตัวหรือไม่ แต่ไม่ได้ทำให้คุณเป็น “ผู้ค้าหลักทรัพย์มืออาชีพ” โดยอัตโนมัติ
เกณฑ์ 5 ข้อของ ESTV เป็นเกณฑ์สันนิษฐานที่ต้องพิจารณาร่วมกัน หากไม่ครบทุกข้อ ก็ไม่ได้แปลว่าเป็นผู้ค้าหลักทรัพย์มืออาชีพทันที ต้องดูข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ทั้งหมดเป็นรายกรณี
ทบทวนปีละครั้ง: ดูอะไรบ้าง
- สัดส่วนจริงเทียบกับเป้าหมายที่เขียนไว้
- ค่าใช้จ่ายของกองที่ถือ ทั้ง TER (อัตราค่าใช้จ่ายรวมของกองทุน) และค่าใช้จ่ายที่อยู่นอก TER
- กองยังลงทุนเหมือนเดิมหรือไม่ โดยเทียบ Factsheet ปีนี้กับปีที่ซื้อ
- การกระจายรวมทั้งพอร์ต ทั้งประเทศ สกุลเงิน และบริษัทที่ซ้ำกันข้ามกอง
- เพดานและสิทธิฝาก 3a ของปีปัจจุบัน รวมถึงปีถัดไปเมื่อมีประกาศแล้ว และสิทธิซื้อย้อนหลังหรือช่องว่างที่ยังปิดได้ ถ้าคุณเข้าเงื่อนไข
- เอกสารภาษีครบหรือยัง และมี Verrechnungssteuer (ภาษีหัก ณ ที่จ่ายของสวิส) ที่ต้องยื่นขอคืนภายใน 3 ปีนับจากสิ้นปีปฏิทินที่ผลประโยชน์ถึงกำหนดหรือไม่
- แผนที่เขียนไว้ยังตรงกับชีวิตปัจจุบันหรือไม่
ปรับเมื่อชีวิตเปลี่ยน
เหตุที่ควรทบทวนนอกรอบ
- เปลี่ยนงาน ตกงาน หรือรายได้เปลี่ยนอย่างมีนัยสำคัญ
- แต่งงาน หย่า หรือมีบุตร
- ซื้อที่อยู่อาศัย หรือวางแผนจะซื้อในอีกไม่กี่ปี
- เปลี่ยนสถานะ Permit (ใบอนุญาตพำนัก) หรือวางแผนย้ายกลับไทย
- สุขภาพหรือภาระครอบครัวเปลี่ยน
เหตุที่ไม่ใช่เหตุให้เปลี่ยนแผนโดยลำพัง
- ตลาดตกหรือขึ้นแรง
- ข่าวเศรษฐกิจและคำทำนายรายไตรมาส
- ผลตอบแทนของคนอื่นในกลุ่มออนไลน์
ถ้าการเปลี่ยนแปลงของตลาดทำให้ความมั่นคงของชีวิต ความสามารถรับความเสี่ยง หรือเป้าหมายของคุณเปลี่ยนจริง ให้ทบทวนแผนเพราะชีวิตเปลี่ยน ไม่ใช่เพราะราคาขยับ
เมื่อกองที่ถือเปลี่ยนไป
กองทุนเปลี่ยนแปลงได้ เช่น ควบรวมกับกองอื่น เปลี่ยนดัชนีอ้างอิง เปลี่ยนนโยบายค่าธรรมเนียม เปลี่ยน Fondsdomizil (ประเทศหรือเขตอำนาจที่กองทุนจดทะเบียน) หรือปิดกอง
สิ่งที่ควรทำเมื่อได้รับหนังสือแจ้ง
- อ่านว่ามีผลกับสิ่งใดในหกข้อของบทที่ 9 เช่น ดัชนี ค่าใช้จ่าย หรือ Fondsdomizil
- ดูว่าคุณต้องทำอะไรภายในกำหนดหรือไม่ เช่น เลือกกองใหม่ หรือรับการโอนอัตโนมัติ
- อ่านว่ามีค่าใช้จ่าย ภาษี หรือผลกระทบต่อบัญชีของคุณหรือไม่
- ถ้าเป็นการเปลี่ยนที่ทำให้กองไม่ตรงกับแผนแล้ว ค่อยพิจารณาเปลี่ยน ไม่ใช่เปลี่ยนเพียงเพราะได้รับจดหมาย
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย
เป้าหมายหลักคือคุมความเสี่ยงให้อยู่ใกล้แผน ไม่ใช่รับประกันว่าจะเพิ่มผลตอบแทน
ไม่จำเป็นสำหรับทุกคน ยิ่งปรับบ่อยยิ่งมีต้นทุน และความถี่หรือระยะถืออาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ต้องดูร่วมกับข้อเท็จจริงอื่นเรื่องการค้าหลักทรัพย์มืออาชีพ
ไม่เสมอไป คุณอาจใช้เงินลงทุนใหม่ซื้อส่วนที่ต่ำกว่าเป้าได้ และวิธีนี้มักช่วยลดธุรกรรมฝั่งขาย
ไม่ควรเหมารวม ให้ตรวจโครงสร้างผลิตภัณฑ์ เงื่อนไขบัญชี และตารางค่าธรรมเนียมของผู้ให้บริการที่คุณใช้จริง
ตลาดตกเพียงอย่างเดียวไม่ใช่เหตุผลพอ เหตุที่ควรเปลี่ยนคือเป้าหมาย ความสามารถรับความเสี่ยง รายได้ หรือชีวิตของคุณเปลี่ยน
ตารางทบทวนประจำปี
แบบฟอร์มนี้บันทึกไว้ในเบราว์เซอร์ของเครื่องนี้เท่านั้น ไม่ได้ส่งข้อมูลไปที่เว็บไซต์
บทที่ 18 — ถ้าวันหนึ่งจะกลับไทย →
พอร์ตสวิสหลังย้ายออก และภาษีไทยเมื่อนำเงินเข้า