ความเสี่ยงที่รับได้จริง
คำถาม "รับความเสี่ยงได้แค่ไหน" ตอบยากเพราะมันเป็นนามธรรม บทนี้เปลี่ยนความเสี่ยงให้เป็นจำนวนฟรังก์ที่มูลค่าพอร์ตอาจลดลง และชวนคุณเขียนแผนล่วงหน้าไว้ก่อนวันที่ตลาดตก
- ความเสี่ยงมีสองด้าน คือความสามารถรับความเสี่ยง (Risikofähigkeit — ริซิโคเฟฮิกไคท์) และความเต็มใจรับความเสี่ยง (Risikobereitschaft — ริซิโคเบอไรท์ชาฟท์)
- SPI Total Return ติดลบราว 34% ในปี 2008 และราว 17% ในปี 2022
- ขาดทุน 30% ต้องได้กำไรกลับมาราว 43% จึงจะเท่าทุน
- มูลค่าที่ลดลงคือผลขาดทุน ณ เวลานั้น การขายทำให้ผลขาดทุนเกิดขึ้นจริง แต่การถือต่อก็ไม่รับประกันว่าจะฟื้น
- แผนที่เขียนไว้ก่อนตลาดตก ใช้ได้ดีกว่าการตัดสินใจในวันที่ตลาดตก
สารบัญ · 9 หัวข้อ
ต่อจากบทที่ 6
บทที่ 6 แยกเงินเป็นถังตามเวลาที่จะใช้แล้ว ซึ่งเป็นการจำกัดความเสี่ยงด้วยข้อเท็จจริง ไม่ใช่ด้วยความรู้สึก
บทนี้เพิ่มอีกชั้น คือความเสี่ยงของเงินในถังที่ยาวพอจะลงทุนได้ เพราะแม้ระยะเวลาจะยาว คนก็ยังขายทิ้งกลางทางได้ ถ้าไม่เคยเห็นตัวเลขขาดทุนมาก่อน
ความเสี่ยงสองด้านที่คนมักปนกัน
Risikofähigkeit
ความสามารถรับความเสี่ยง — ดูจากข้อเท็จจริงทางการเงิน- เงินก้อนนี้จะใช้เมื่อไร และเลื่อนได้หรือไม่
- มีเงินสำรองแยกไว้แล้วหรือยัง
- รายได้สม่ำเสมอแค่ไหน
- มีหนี้ที่ต้องผ่อนทุกเดือนหรือไม่
- มีคนที่พึ่งพารายได้ของคุณหรือไม่
Risikobereitschaft
ความเต็มใจรับความเสี่ยง — ดูว่าคุณทำตามแผนต่อได้หรือไม่เมื่อพอร์ตลดลง- คุณนอนหลับได้ไหมเมื่อพอร์ตติดลบ
- เคยทำอะไรตอนที่พอร์ตติดลบจริง
แผนลงทุนต้องผ่านทั้งสองด้าน คือฐานะการเงินรับไหวและคุณสามารถทำตามแผนต่อได้ หากสองด้านไม่ตรงกัน ควรลดความเสี่ยงจนไม่กระทบเป้าหมายและไม่ทำให้คุณขายเพราะความกลัว
ความผันผวนหน้าตาเป็นอย่างไร
ตัวอย่างนี้ใช้ SPI Total Return (เอสพีไอ โททัลรีเทิร์น — ดัชนีตลาดหุ้นสวิสแบบรวมเงินปันผล) และเปรียบเทียบผลตอบแทนตลอดปีด้วยวิธีเดียวกัน
ปี 2020 ตลาดลดลงแรงระหว่างปี แต่ฟื้นกลับมาก่อนสิ้นปี จึงไม่ควรนำตัวเลขจากจุดสูงสุดถึงจุดต่ำสุดมาเทียบกับผลตอบแทนตลอดปี
- ปีที่ติดลบเกิดขึ้นเป็นระยะ ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ
- ระยะเวลาฟื้นตัวต่างกันทุกครั้ง และบางสินทรัพย์อาจไม่กลับมาเท่าทุน
- ไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่าครั้งต่อไปจะลึกแค่ไหนและนานแค่ไหน
คณิตศาสตร์ของการฟื้นตัว
ขาดทุนกับกำไรที่ต้องได้กลับมาไม่ใช่ตัวเลขเดียวกัน เพราะฐานที่คำนวณเล็กลงแล้ว
ตัวเลขชุดนี้ไม่ได้มีไว้ให้กลัวการลงทุน แต่เตือนว่าอย่าเพิ่มความเสี่ยงเกินความจำเป็นเพียงเพราะอยากได้ผลตอบแทนเร็ว หากขายแล้วราคาฟื้นก่อนกลับเข้าลงทุน คุณจะพลาดการฟื้นตัวช่วงนั้น แต่การถือต่อก็ไม่ได้รับประกันว่าราคาจะกลับมาเท่าทุน
แปลงความเสี่ยงเป็นฟรังก์
กรอกมูลค่าพอร์ต ระบบจะแสดงว่าการลดลงแต่ละระดับคิดเป็นเงินเท่าไร
สิ่งที่คนมักทำตอนตลาดตก
ตรวจว่ารายได้ เงินสำรอง เป้าหมาย หรือวันใช้เงินเปลี่ยนไปจริงหรือไม่ หากเปลี่ยนเพราะสถานการณ์ชีวิต การลดความเสี่ยงอาจสมเหตุสมผล ส่วนเงื่อนไขและค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการ
FIDLEG แยกการตรวจออกเป็นสองระดับ
- การแนะนำเฉพาะธุรกรรม: ตรวจความรู้และประสบการณ์ของลูกค้า เรียกว่า Angemessenheitsprüfung (อันเกอเมสเซินไฮทส์พรืฟุง — การตรวจความเหมาะสมด้านความรู้และประสบการณ์)
- การให้คำแนะนำโดยดูทั้งพอร์ตหรือการบริหารทรัพย์สิน: ตรวจเพิ่มทั้งฐานะการเงินและเป้าหมายการลงทุน เรียกว่า Eignungsprüfung (ไอนุงส์พรืฟุง — การตรวจความเหมาะสมกับฐานะและเป้าหมาย)
หากผู้ให้บริการเพียงดำเนินคำสั่งซื้อขายตามที่ลูกค้าสั่ง โดยไม่ได้ให้คำแนะนำ อาจไม่ต้องตรวจสองส่วนนี้ แต่ต้องแจ้งลูกค้าว่าไม่ได้ทำการตรวจดังกล่าว
แบบสอบถามความเสี่ยงเป็นจุดเริ่มต้น แต่ไม่รับประกันว่าพอร์ตเหมาะกับคุณ หากยังไม่เคยผ่านช่วงตลาดตกจริง ให้ถือว่าความเต็มใจรับความเสี่ยงของคุณยังไม่ได้ทดสอบ
เขียนแผนไว้ก่อนวันที่ตลาดตก
เขียนสั้น ๆ ในโน้ตในโทรศัพท์ก็พอ และลงวันที่กำกับ
ข้อ 5 คือหัวใจของแผน เพราะมันแยกเหตุผลที่สมเหตุสมผล (ชีวิตเปลี่ยน) ออกจากเหตุผลที่มาจากอารมณ์ (ตลาดตก) ล่วงหน้า ตอนตลาดตกจริง สองอย่างนี้จะดูเหมือนกันมาก
เขียนแผนของคุณที่นี่
ข้อมูลยังไม่บันทึกอัตโนมัติในเวอร์ชันนี้ คัดลอกไปเก็บในโน้ตของตัวเองได้
สำหรับคนไทยในสวิสโดยเฉพาะ
- หากอาจกลับไทยในไม่กี่ปี ให้แยกดูทั้งความผันผวนของสินทรัพย์ระหว่างลงทุนและอัตราแลกเปลี่ยน CHF/THB เมื่อนำเงินไปใช้เป็นบาท
- หากรายได้ขึ้นลงหรือหยุดได้ง่าย ควรรวมความไม่แน่นอนนี้ในการประเมินความสามารถรับความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นงานรายชั่วโมง งานตามฤดูกาล หรือสัญญาประจำ
- หากต้องส่งเงินกลับไทยเป็นประจำ ให้นับเป็นรายจ่ายประจำก่อนคำนวณว่าเหลือเงินลงทุนเท่าไร
- หากสิทธิพำนักหรือสิทธิทำงานขึ้นอยู่กับการจ้างงาน ให้รวมความไม่แน่นอนนี้ในการประเมินความสามารถรับความเสี่ยงด้วย
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย
แบบสอบถามเป็นเพียงข้อมูลประกอบ ไม่ใช่การรับประกันความเหมาะสม
มูลค่าพอร์ตลดลงแล้ว ณ เวลานั้น การขายทำให้ผลขาดทุนเกิดขึ้นจริง แต่การถือต่อก็ไม่รับประกันว่าจะฟื้น
ต้องได้กลับมาประมาณ 43% เพราะคำนวณจากฐานที่เล็กลง
หากชีวิตหรือวันใช้เงินเปลี่ยน การลดความเสี่ยงอาจเหมาะสม แต่ไม่ควรเปลี่ยนเพียงเพราะตกใจกับตลาด
เงินที่มีวันใช้แน่นอนยังต้องจัดตามระยะเวลาที่เหลือ
ถ้าทำได้เรื่องเดียว
แปลงตัวเลข "ติดลบ 30%" ให้เป็นจำนวนฟรังก์ของพอร์ตคุณ แล้วเขียนไว้ว่าจะทำอะไรในเดือนนั้น
ความเสี่ยงที่อ่านเป็นเปอร์เซ็นต์กับความเสี่ยงที่อ่านเป็นฟรังก์ ให้ความรู้สึกไม่เหมือนกันเลยค่ะ
เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะสัญญา โปรดตรวจ Police, AVB, หนังสือแจ้งจากบริษัท และเส้นตายของตนก่อนดำเนินการ